การเลี้ยงหมูน้ำ...หมูโตเร็ว สะอาด ง่ายต่อการจัดการฟาร์ม

 Untitled 1

 

        วิธิการเลี้ยงหมูแบบใหม่ หรือที่เรียกกันว่า "เลี้ยงหมูน้ำ" เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้หมูที่เลี้ยงไว้โตเร็ว เจริญอาหาร ไม่เครียด และเกษตรกรประหยัดแรงงานโดยไม่ต้องกวาดพื้นคอก กำจัดขี้หมูไม่ให้มีกลิ่นเหม็นของขี้หมูรบกวนเพื่อนบ้าน พื้นคอกไม่เฉอะแฉะ และไม่มีแมลงวันตอม

 

4066 1

 

ขั้นตอนแรกการสร้างโรงเรือน
        การสร้างโรงเรือน (คอก) บนคันบ่อเลี้ยงปลา ด้านบนมุงหลังคาด้วยหญ้าแฝกส่วนพื้นเทคอนกรีตแต่ทำเป็นสองระดับ คือ ระดับปกติ (น้ำไม่ท่วมขัง)กับอีกระดับหนึ่งทำให้ต่ำกว่าปกติประมาณ 1 ฟุต ผนังคอกทำด้วยอิฐบล็อกก่อเรียงกันในแนวนอนสูง 4 ก้อน ส่วนผนังคอกด้านที่ติดกับสระ(บ่อ) จะทำเป็นช่องเล็กๆ ขนาด 10 x 15 เซนติเมตร เป็นระยะๆ เพื่อให้น้ำและปลาเข้ามาในคอกได้ โดยจะสร้างคอกขนาดพื้นที่ 6 x 6 เมตรจำนวน 3 คอก เลี้ยงหมูคอกละประมาณ 15 - 20 ตัวโดยจะเลี้ยงให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดตลอดทั้งปี

 

4066 2

 

ขั้นตอนที่สอง การเลี้ยง
        นำลูกหมูพันธุ์ดี อายุประมาณ 30 วัน มาเลี้ยงให้อาหารสำเร็จรูป โดยใส่ในรางอาหารให้หมูกินตลอดเวลา ให้อาหารเวลาเช้า เย็นในระยะแรกจะยังไม่ให้ลูกหมูลงเล่นน้ำเนื่องจากลูกหมูยังเล็กอยู่อาจทำให้ปอดบวมได้โดยจะใช้ไม้กั้นไว้ แต่หลังจากเลี้ยงไว้ประมาณ 45-60 วันก็เปิดให้ลูกหมูลงอาบน้ำได้ เลี้ยงไปจนกว่าจะจับขายได้

4066 3

        ข้อดีการเลี้ยงหมูน้ำคือ หมูที่เลี้ยงจะไม่เครียดเพราะเมื่อหมูร้อนก็จะลงเล่นน้ำได้ตลอดเวลาทำให้โตเร็ว ตัวหมูก็จะสะอาดง่ายในการดูแลความสะอาดภายในโรงเรือน และที่สำคัญไม่มีกลิ่นเหม็นออกไปรบกวนชาวบ้านที่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงเลย นอกจากนั้นยังได้ผลพลอยได้คือมูลหมูสามารถเลี้ยงปลาได้ด้วยเพราะปลาจะเข้ามากินเศษอาหารและมูลหมูที่อยู่ในคอกเมื่อเกิดการถ่ายเทน้ำจากในคอกออกไปยังบ่อเลี้ยงปลา ก็จะกลายเป็นอาหารของปลาผู้เลี้ยงไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าอาหารปลาแต่อย่างใด

ข้อดีของการเลี้ยงหมูน้ำ 
1.เมื่อหมูร้อนก็จะลงเล่นน้ำ อาบน้ำอย่างสบายจากนั้นก็จะขึ้นมานอนหลับอยู่บนบก อย่างสบาย

2.หมูจะไม่เครียด ทำให้โตเร็ว ตัวหมูก็จะสะอาดไม่เป็นโรค สุขภาพแข็งแรง ปัญหาเรื่องกลิ่นของมูลหมูก็จะหมดไป

3.นอกจากนั้นยังได้ผลพลอยได้คือ การเลี้ยงปลาโดยปลาจะเข้ามากินเศษอาหารและมูลหมูที่อยู่ในคอก

4.เกิดการถ่ายเทน้ำจากในคอกออกไปยังบ่อเลี้ยงปลา เป็นอาหารของปลา จากอดีตเคยขายได้ปีละครั้ง และจ่ายค่าอาหารปลาประมาณ 50,000 บาท แต่หลังจากเลี้ยงหมูน้ำแล้ว ไม่ได้จ่ายค่าอาหารปลาแต่อย่างใด และยังสามารถจับปลาขายได้ปีละ 2 ครั้งอีกด้วย

วิธีทำอาหารหมูที่ทำจากต้นกล้วย

ส่วนประกอบและอุปกรณ์ 
1. ต้นกล้วยซอยให้มีชิ้นขนาดเล็ก จำนวน 50 กิโลกรัม 
2. น้ำตาลทราย จำนวน 2 กิโลกรัม 
3. เกลือ 4 กำมือ 
4. ถังสำหรับหมัก ความจุ 50 กิโลกรัม

วิธีทำ 
1. นำต้นกล้วยที่ซอยเป็นชิ้นเล็กๆแล้ว มาใส่ในถัง จำนวน 12.5 กิโลกรัม 
2. จากนั้นนำน้ำตาลทราย จำนวน 0.5 กิโลกรัม มาโรยบนต้นกล้วยที่ซอย 
3. จากนั้นนำเกลือ จำนวน 1 กำมือ มาโรยทับอีกที 
4. ทำตามขั้นตอนที่ 1 -3 จำนวน 4 ครั้งครับ 
5. หมักไว้ประมาณ 8 วันก็สามารถนำมาให้หมูได้เลย หรือจะผสมอาหารเม็ดสำเร็จรูปก็ได้ตามต้องการ

หลังจากครบ 7 วัน ตักหยวกหมัก มีกลิ่นหอมมาก คล้าย ๆ กลิ่นหนาง...แล้วมาคลุกกับรำและปลายข้าว ให้แม่หมูทดลองกินก่อน... มื้อละ 1 กก. วันละ 2 มื้อ ทุกตัวชอบมาก กินเกลี้ยง สังเกตุไม่มีอาการท้องเสีย แสดงว่าหมักต่อไปได้....

สูตรอาหารหมูอายุ 20 กิโลกรัม ขึ้นไป
1. ข้าวโพดบด 20 กก.
2. มันเส้นบด 38 กก.
3. รำละเอียด 10 กก.
4. กากถั่วเหลือง (44%โปรตีน) 25 กก.
5. ปลาป่น (60%) 3.5 กก. 
6. ไขมันสัตว์/น้ำมันพืช 1 กก.
7. ไดแคลเซียมฟอสเฟต(P/18) 1.9 กก.
8. เกลือป่น 0.35 กก.
9. ไวตามินแร่ธาตุ (พรีมิกซ์) 0.25 กก.
10. EM (ตามความเหมาะสม)
รวมเป็น 100 ส่วน

วิธีการทำ/การนำไปใช้
นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำเก็บไว้ในกระสอบ ไม่ให้มีความชื้น
การให้กิน วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
หมูที่ได้รับอาหารสูตรนี้จะโตเร็ว ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงเพียง 3 เดือนได้น้ำหนักประมาณ 100-120 กิโลกรัม

สมุนไพร ที่สามารถรักษาและป้องกันไม่ให้หมูเป็นหวัดด้วยวิธีการง่าย ๆ ด้วยวิธีการดังนี้
วัสดุอุปกรณ์
1. ใบตะไคร้

วิธีการ
นำใบตะไคร้ ประมาณ 2 กำมือ มาให้หมูกินเป็นประจำ ประมาณ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะช่วยในการป้องกันและรักษาหมูเป็นหวัดได้เป็นอย่างดี

** ในช่วงที่หมูยังไม่มีอาการเป็นหวัดให้กินประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่ถ้าหมูเกิดมีอาการป่วย เป็ดหวัดอยู่ ต้องนำมาให้หมูกินเป็นประจำทุกวันจนกว่าหมูจะหายจากอาการป่วย

 

 

 

Read 95 times
Rate this item
(0 votes)

Contact us

อาคารพิมล กลกิจ ชั้น 3
อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40002
Tel./Fax 043-202-167
e-mail: kkusuccess@gmail.com

 

JoomShaper